ในที่สุดก็ทริปสิมิลันที่พวกเราตั้งตารอคอย(โบนัส)กันมายาวนาน ก็เป็นไปตามแผนการที่วางไว้อย่างสวยงาม โดยมีกำหนดการ ออกเดินทางในคืนวันที่ 4 และกลับในวันที่ 8 พ.ค. สำหรับแม่งานใหญ่ของทริปนี้ก็คือพี่ปอม ซึ่งเป็นคนวางแผนและจัดการจองทุกอย่างไว้ให้สมาชิกผู้ร่วมเดินทาง(ที่ไม่เบี้ยว)อย่างพวกเราไว้เป็นอย่างดี และสมาชิกผู้ร่วมเดินทางในทริปนี้ก็มี (ดูภาพปลากอบข้างล่าง) พี่ปอม พี่เอ(สามีพี่ปอม) พี่แจ๊ค อู๋ นุ้ย พี่ตุ้ย บิวตี้ และ พี่อี๊ด(เพื่อนพี่เอ) สมาชิกกิตติมศักดิ์ที่มาช่วยเป็นตัวหารในนาทีสุดท้ายก่อนการเดินทาง โห๊ะๆ ก่อนอื่นพวกเราขอเรียกทริปนี้ว่า"ทริปเด็กแนววว" เนื่องมากจากว่า หัวหน้าทริปของเราช่างแนวเหลือเกิน ไม่ค่อยชอบทำอะไรเหมือนใครๆ เพราะว่ากลัวไม่แนวก็เลยช่วยกันสร้างเทรนด์ในการเดินทางแบบแนวๆ โดยไม่มีการจองทัวร์แบบคนอื่นเค้า เราต้องการที่จะหาประสบการณ์ในการเดินทางแบบแนวๆ ไปกันเอง โห๊ะๆ เรามาเริ่มออกเดินทางไปสิมิลันกันเลยดีกว่า ...กำหนดนัดหมายรวมพลก่อนออกเดินทางเริ่มที่หน้าสวนลุม ตอนประมาณทุ่มครึ่ง และเดินทางกันโดยการเช่ารถตู้เจ้าประจำของครอบครัวพี่ปอม คาดการณ์คร่าวๆ ว่าจะถึงท่าเรือกันในตอน 8 โมง ของวันที่ 5 ซึ่ง Speed Boat จะออกราวๆ 8.30 น. แต่ว่าพวกเราก็มีการแวะซื้อสะเบียงกันที่ Big C แถวๆ พระราม 2 กันก่อน กว่าจะออกเดินทางกันจิงๆ ก็ 4 ทุ่ม นั่งๆ นอนๆ กินๆ กันอยู่บนรถตู้ และถึงท่าเรือทับละมุ ตอน 7.30 น. เร็วว่าที่คาดหมายไว้นิดหน่อย (โห๊ะๆ เพราะพี่ปอมแอบกดดันคนขับนิดหน่อย กลัวว่าจะไปไม่ทันเรือ พี่แกเลยเหยีบซะ)พวกเราใช้บริการ Speed Boat ของ"แจ๊คสิมิลัน" (พี่แจ๊คคึแอบไปเปิดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้)เพื่อข้ามไปที่เกาะ 8 ซึ่งพวกเราจองที่กางเต้นท์ไว้ที่นั่น ภาพบรรยากาศระหว่างเดินทางไปลงเรือ (สังเกตุหน้าทุกคนตอนออกเดินทางกันดีๆ ว่าหน้าตายังเป็นคนกรุงเทพกันอยู่)เมื่อลงเรือความแนวของพวกเราก็เริ่มขึ้น โดยการพากันไปนั่งที่หัวเรือ เพื่อรับสายลม แสงแดดและกลิ่นอายทะเลกันแบบเต็มๆ แต่ไม่ต้องห่วงว่าเราจะดำกัน(เพราะดำเป็นทุนเดิมกันอยู่แล้ว เอิ๊ก) เพราะเรามี sun block เป็นเพื่อนคู่กายกันทุกคน และแล้วพวกเราก็เดินทางกันมาถึงเกาะแปด โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ลองสังเกตุกองสัมภาระอันน้อยนิดที่พวกเราเตรียมมา เป็นของยังชีพธรรมดาๆ ก็แค่ เป้คนละใบ เต้นท์ ถุงนอน ขนมขบเคี้ยว ชา กาแฟ ปลาป๋อง มาม่า กีต้าร์ หุๆ หลังจากถึงเกาะสักพักก็ช่วยกันกางเต้นท์แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปเดินถ่ายรูปเล่นกันที่จุกชมวิว ตรงหินเรือใบสัญลักษณ์ของเกาะ 8การเดินทางขึ้นไปถ่ายรูปบนมุมยอดฮิตก็ทุลักทุเลนิดหน่อยเพราะต้องปีนป่าย กระดึบๆ ไปบนหินกว่าจะถึงจุดชมวิวยอดฮิต แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของ คนแนวๆ แบบเราพอถึงจุดชมวิว พวกเราก็เริ่มต้นแอ๊กท่ากันด้วยท่าทางแปลกๆ ให้ขัดกันธรรมชาติที่สวยงามซะงั้นและก็ยังคงแปลกกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากลงมาจากชมวิว พวกเราก็แยกย้ายไปทำกิจกรรมที่ชื่นชอบแตกต่างกันไป อย่าง ป๋าเอ กะพี่ตุ้ย ก็เลือกที่จะนอนแนบชิดกะธรรมชาติ อยู่แถวๆโขดหิน โดยมีเสียงคลื่นและเสียงกรนของ ทั้งคู่สลับคละเคล้ากันไป ส่วนพวกที่เหลือเล่นนน้ำ เล่นทราย ก็อาบแดดกันอย่างหนุกหนานส่วนดิชั้นก็บ้าเดินถ่ายรูปไปได้สักพักก็ไปร่วมแก๊งค์เล่นน้ำด้วยหลังจากเล่นน้ำเสร็จประมาณ 4 โมงกว่าๆ ก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ ต้องรีบอาบกันเพราะเป็นห้องน้ำรวมกลัวว่าถ้าช้า กว่านี้แล้วขะชนกับพวกทัวร์แล้วต้องรอคิวนาน ข้อดีของการอาบน้ำก่อน 6 โมง คือเราจะไม่สมามารถรู้ได้เลยว่าตัวเองดำขึ้นมากน้อยแค่ไหน เพราะที่นี่เค้าเปิดไฟตอน 6 โมงเย็น
หลังจากอาบน้ำกันเสร็จ ก็มานั่งชิลล์ บางคนก็อ่านหนังสือ บางคนก็นอน บางคนก็ร้องเพลง เพื่อรอกินข้าวเย็น แต่วันนั้สิ่งี่มาพร้อมอาหารเย็นของพวกเรา คือพี่สายฝน ฝนตกครับท่าน พวกเราเลยได้กินข้าวเย็น ท่ามกลางเสียงฝนพรำ โรเมนติกโคตรๆ แต่พี่ฝนเค้าก็มาเพื่อสร้างความโรแมนติดให้แค่แป๊ปเดียวนะ มาช่วงกินข้าวเท่านั้น วันแรกเราเข้านอนกันประมาณ 3 ทุ่มแต่ก่อนจะนอนพวกเราก็หาเครื่องดื่มร้อนๆ(กาแฟ) ดื่มกันก่อนนอน (แล้วก็นอนไม่ค่อยหลับเหอะๆ) นั่งกินๆอยู่ก็เห็น ปูเสฉวนตัวใหญ่มากมาย ดูในรูปข้างบนและกันว่าใหญ่แค่ไหนและแล้วก็ถึงเช้าวันแรกบนเกาะ ตื่นมาพาบ๊อบบี้กระต่ายสุดที่รักออกไปเดินถ่ายรูปเล่น แล้วก็เตรียมตัวที่จะไปดำน้ำ ซึ่งพี่ปอมจองไว้ตอนมาถึงเกาะ ค่าดำน้ำคนละประมาณ 400 บาทหลังจากขึ้นเรือเด็กแนวแบบพวกเราไม่นั่งอยู่แล้วที่ร่มๆ ต้องนั่งหัวเรือเท่านั้นถึงจะแนว สังเกตุว่าพวกเราไม่ค่อยกลัวดำเท่าไหร่ เพราะเรามี sun block ดูจากหน้าพี่ตุ้ยเป็นต้นเหอะๆและแล้วก็ได้สน๊อกเกิลกันสมใจอยาก น้ำที่นี่ใสมาก ปลาเล็ก ปลาน้อยก็เยอะแยะ มากมายเก็บตกบนเรือ ดูกันแองนะว่าเกิดเหตุการ์ณอะไรบ้าง หุๆพอดำน้ำเสร็จเกาะแรก(จำไม่ได้ว่าชื่อเกาะอะไร) เรือก็พามาปล่อยให้กินข้าวกลางวันที่กันที่เกาะ 4 พอเห็นเกาะ 4 โอ้ววว ว้าพระเจ้า สวยงามจริงๆ เห็นแล้วแทบจะไม่อยากกลับ กลังจากกินข้าวเพิ่มพลังกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็อาบ sun block กันก่อนก่อนที่จะใช้เวลาที่เหลือเล่นน้ำกันแต่ก่อนที่จะไปเล่นนำก็ขอถ่ายภาพชาวบ้านแถวนั้นเป็นที่ระลึกก่อน เฮ้ย..อ่าวพี่แจ๊คกะอู๋และก็พี่ตุ้ยนี่นา นี่ไม่บอกแทบไม่รู้เลยนะว่าเป็นคนกรุงเตบบบ ทำตัวซะเนียนป๋าเอ กะพี่ปอมก็แอบกลัวดำเหมือนกันนะเนี่ย ทา sun block ซะอย่างกันทาแป้ง ขาวซะแล้วก็เล่นนน้ำกันในเวลาเที่ยงกว่าๆ กันอย่างไม่กลัวดำ 55 ก็งี้แหละทะเลมันสวยงามเกินห้ามใจจริงๆ แถมตอนเล่นๆ กันอยู่ เรายังได้เจอปลาฉลามตัวยัก 2 -3 ตัว แต่ดูไปมาเหอะๆ นี่มันปลาฉลาม พี่อี๊ด ฉลามป๋าเอ แล้วก็ฉลามนุ้ย นี่น่า แล้วก็ไปดำน้ำกันต่อ หลังจากเล่นน้ำกันซะตัวดำดำน้ำกันอย่างหนุกหนาน เจอปลาแปลกๆก็เยอะที่แปลกเพราะจำชื่อไม่ค่อยได้ หุๆ ที่จำพอได้ก็มี ปลาผีเสื้อ ปลาเสือ ปลาการ์ตูน ปลาปั๊กเป้าหน้าหมา ...แค่นี้ อ๋อ แล้วก็ยังเจอเต่าด้วย มีเต่าว่ายมาหาที่ข้างเรือ น่ารักจิงๆวันนั้นเราก็ได้ดำน้ำกันประมาณ 4 เกาะ เหนื่อยกันไปเลยทีเดียว แล้วก็เดินทางกลับมาพักที่เกาะ 8 เหมือนเดิม วันนี้พวกเราก็ยังอาบน้ำเร็วกันเหมือนวันแรก และสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเหมือนวันแรกก็มานั่นก็คือพี่สายฝน เค้ามาอีกแล้วครับท่าน แต่คราวนี้เค้าอยู่กะเราตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงประมาณ ตี 3-4 ดังงนั้นคืนวันที่ 2 ของเกาะแปด แก๊งค์เด็กแนวของเราก็ สัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นโดยการนอนเต้นท์ท่ามกลางสายฝนพร่ำ ลมพัดเป็นระรอกๆ เสียเกลียวคลื่นซัดชายฝั่ง และขาดเสียไม่ได้คือ เสียอีป้าขี้โม้ขี้เมา ที่เสียงดังลั่นหาดดดดด โอ้ววว ประทับใจจริงๆแต่แล้วก็ถึงเช้าวันที่ 2 บนเกาะ วันนีพวกเราต้องเตรียมตัวเก็บของเพื่อเตรียมกลับขึ้นฝั่ง แต่ดิชั้นก็ยังขอเดินเก็บบรรยากาศก่อนกลับซะหน่อยเดินไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ก็เจอ ประการัง ขอนไม้ แล้วที่ไม่น่าเชื่อก็คือเราสามารถเดินจากสิมิลันไป อ่าวมะนาว(อ้าววว...มะนาว)ได้ เหอะๆ ตอนเช้าริมชายหาดแอบมีเศษขยะนิดหน่อย แต่เค้าก็มีเจ้าหน้าที่คอยเดินเก็บทุกเช้านะต่างคนต่างทำกิจกรรมส่วนตัวตามชอบ ในระหว่างที่รอเรือมารับ อ๋อ ลืมไปต้องขอขอบคุณ ROZA และ นอติลูส ที่ทำให้การกินอยู่บนเกาะครั้งนี้เป็นไปอย่างเปรมปรีย์แล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับกันแล้วว ไม่ต้องทายกันเลยว่าเด็กแนวแบบพวกเราจะเลือกนั่งส่วนไหนของเรือ ถถถถูกต้องนะคร๊าบบบบบบ หัวเรือเป็นคำตอบสุดท้าย ไหนๆก็ดำกันไปและ ก็ต้องดำให้ถึงที่สุด เหอะๆ (กลับมาแล้วแอบคิดกรูไม่น่าเลยยย ดำเป็นเดก็สก๊อยเลย เห้อ)และเราก็ต้องมาเปลี่ยนเรือกันที่เกาะ 4 ระหว่างที่รอเปลี่ยนเรือพวกเราก็ได้ฆ่าเวลาโดยการ เล่นน้ำกันอีกแว้วววววหาดทรายขาว ฟ้าใส ทะเลสวย คนแปลก เข้ากันจริงๆระหว่างนั่งเรือกับขึ้นฝั่งทริปเด็กแนวของพวกเราก็ได้พบกับพี่สายฝนอีกแล้วครับท่าน พี่เค้าคงรักพวกเรามากอยากมาส่ง มาซะครึ้มดำเลยย ทำ ทำให้พวกเราต้องระเห็ดจากหัวเรือไปที่กลางเรือ เหอะๆ เด็กแนวแบบพวกเรา แดดแรงเราสู้ ฝนตกเราถอย เอิ๊กๆ หลังจากถึงฝั่งพวกเราก็ต้องเดินทางไปพักกันที่ที่พักที่จองไว้ที่คุระบุรี กันอีก 1 คืนรวมภาพเบื้องหลัง เบื้องหน้าและหลังสิมิลันแสนสวยคืนที่ 3 เราได้พักกันแบบสบายๆ ที่คุระ เรือนไทย รีสอร์ท น่าจะเป็นรีสอร์เปิดใหม่เพราะบ้านพัก ข้าวของเครื่องใช้ยังใหม่อยู่เลย ที่พักก็ไม่แพงห้องละ 600 บาท มีอาหารเช้าให้ด้วยตื่นเช้ามา ทางรีสอร์ท ก็จะมีข้าวต้ม และกาแฟ มาวางไว้หน้าห้อง รวมตัวกันขึ้นรถตู้กลับบบบแวะกินอาหารกลางวันขากลับกันที่ ร้านอาหารบ้านกาแฟ อาหารอร่อยมากๆ โดยเฉพาะ ส้มตำยอดมะพร้าวอ่อนและไก่ทอดแล้วก็พานุ้ยแวะกลับบ้านกันแป๊ปนึง ที่พิพิฒภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ ที่จ.ประจวบ หุๆ แล้วก็เดินทางกันต่อ อย่างปลอดภัยจนถึงกรุงเทพเวลา 2 ทุ่มโดยประมาณ----------จบบบบบ-----------สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปสิมิลัน อย่าลืมหาโอกาสไปกันนะ แล้วจะรู้ว่าประเทศไทยยังมีธรรมชาติที่สวยงามรอเราอยู่อีกเยอะแยะ มากมาย ^___^ปล. ขอขอบคุณพี่น๊อต ที่ให้ยืมสน๊อกเกิล และ กล้อง fish eye ไปเที่ยวกะเราด้วยยและพี่ปอม ที่จัดการให้ทริปครั้งนี้ทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดี มีเงินเหลือ เอิ๊กๆ